สร้างรายได้ผ่านมือถือ

วันอังคารที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

สาหร่ายสีแดง (RED ALGAE)


Image result for สาหร่ายสีแดง (RED ALGAE)
สาหร่ายสีแดง (RED ALGAE) เป็นสาหร่ายที่มีสีสันสวยงามมาก อาจจะมีสีแดงจัด สีม่วงอมแดง หรือสีน้ำเงินปนแดง ซึ่งใกล้เคียงกับพวกสาหร่ายสีนํ้าเงินแกมเขียว การเปลี่ยนแปลงของสีขึ้นอยู่กับระดับของความตื้นลึกของน้ำที่สาหร่ายขึ้นอยู่ ถ้าเป็นพวกที่อยู่ตามผิวนํ้าจะมีสีค่อนไปทางนํ้าเงิน ยิ่งอยู่ในระดับนํ้าลึกลงไปสีจะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีแดงมากขึ้นตามลำดับ สาหร่ายสีแดงนี้ขึ้นอยู่ได้ทั้งในนํ้าจืดและนํ้าทะเล-ในนํ้าจืด ชอบขึ้นตามลำธารที่น้ำค่อนข้างเย็นจัด ส่วนพวกที่อยู่ในนํ้าทะเลเจริญเติบโตได้ดีทั้งในเขตหนาวและเขตอบอุ่น ลักษณะรูปร่างของสาหร่ายสีแดงมีทั้งขนาดเล็กมากๆ ไปจนถึงขนาดใหญ่เช่นเดียวกับสาหร่ายสีนํ้าตาล แต่สาหร่ายสีแดงจะบอบบางกว่า เป็นสาหร่ายที่มีคุณประโยชน์เช่นเดียวกัน คือ สามารถนำไปใช้เป็นอาหารได้ เช่น PORPHYRA SP. พบมาก ตามชายฝั่งทะเลของสาธารณรัฐประชาชนจีนและญี่ปุ่น ส่วนในไทยมีมากตามชายฝั่งทะเล เช่น สงขลา เมื่อนำเอาสาหร่ายชนิดนี้มาตากแห้งและอัดเป็นแผ่นแล้ว นำไปจำหน่ายเป็นสินค้าในท้องตลาด สาหร่ายชนิดนี้เป็นที่รู้จักทั่วๆ ไปในชื่อ “จีฉ่าย”
สาหร่ายสีแดงมีสารเคลือบอยู่รอบนอกของผนังเซลล์ เรียกว่า คาแลคจินิน (CARRHAGEENIN) ซึ่งเป็นสารที่มีคุณประโยชน์ใช้ในการทำวุ้น สำหรับใช้เลี้ยงแบคทีเรียในห้องปฏิบัติการ อุตสาหกรรมอาหารกระป๋อง การทำขนมหวาน ใช้เป็นส่วนผสมของเครื่องสำอาง สาหร่ายสีแดงที่ให้คาแลคจีนินมาก ได้แก่ GELIDIUM SP., EUCHEUMA SP. และ GRACILARIA SP. สำหรับประเทศไทยพบสาหร่ายสีแดงชนิด GRACILARIASP มากที่สุดบริเวณเกาะยอ โดยจะมีจำนวนมากที่สุดระหว่างเดือนสิงหาคม-ตุลาคมของทุกปี
ถ้าจะพิจารณาถึงชนิดของสาหร่ายที่ผลิตได้ของโลกตั้งแต่ปี 2524-2530 ปรากฏว่าสาหร่ายที่ผลิตได้ประมาณร้อยละ 60-70 เป็นสาหร่ายสีน้ำตาล และรองลงมา คือสาหร่ายสีแดง ส่วนที่เหลือเป็นสาหร่ายสีเขียวและสีนํ้าเงินแกมเขียว สิ่งที่น่าสังเกต ก็คือ ปริมาณการผลิตสาหร่ายในแต่ละปีไม่แน่นอน เนื่องจากเป็นสาหร่ายที่เก็บได้จากธรรมชาติ (สาหร่ายที่ได้จากการเพาะเลี้ยงไม่มีการเก็บรวบรวมสถิติไว้) และตั้งแต่ ปี 2529 เป็นต้นมาผลผลิตสาหร่ายมีแนวโน้มลดลง สำหรับประเทศผู้ผลิตสาหร่ายราย สำคัญของโลก ได้แก่ สาธารณรัฐประชาชนจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ฟิลิปปินส์ นอร์เว ชิลี และสหรัฐอเมริกา อย่างไรก็ตาม สาหร่ายจะมีปริมาณมากเพียง 3 ประเทศหลัก คือ สาธารณรัฐประชาชนจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้
สำหรับในประเทศไทย ศักยภาพการเพาะเลี้ยงสาหร่ายทางชายฝั่งทะเลอันดามัน หรือฝั่งทะเลด้านตะวันตกแล้ว การเพาะเลี้ยงในระดับการค้าทำได้ยาก เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงค่าของความเป็นกรดเป็นด่างภายหลังลมมรสุมและคลื่นลมสงบทำให้การหมุนเวียนของอากาศน้อย การเพาะเลี้ยงสาหร่ายทางชายฝั่งทะเลด้านตะวันออกหรือฝังอ่าวไทยจะทำได้ดีกว่า อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการสำรวจข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องสาหร่ายทะเล ทั้งในสภาพธรรมชาติ และศักยภาพในการเพาะเลี้ยงสาหร่ายในประเทศไทยทั้งสาหร่ายนํ้าจืดและสาหร่ายทะเล ซึ่งจากสถิติการผลิตสาหร่ายทะเลที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจในตลาดโลกมักจะถูกเก็บเกี่ยวมาจากท้องทะเลในประเทศแถบหนาวเป็นส่วนใหญ่ โดยมีปริมาณและความสมบูรณ์ของแหล่งที่เก็บเกี่ยวเป็นไปตามธรรมชาติ ดังนั้น แหล่งธรรมชาติของสาหร่ายทะเลในเขตร้อนและประเทศที่กำลังพัฒนายังคงอุดมสมบูรณ์และมีศักยภาพเชิงเศรษฐกิจสูง การขยายการเพาะเลี้ยงสาหร่ายทะเลโดยการทำฟาร์มจึงเหมาะสมอย่างยิ่งในแถบเขตร้อนซึ่งสาหร่ายสามารถเจริญเติบโตได้รวดเร็วกว่าประเทศในแถบหนาว

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น